โพสต์บนฟีดมีที่ให้เล่าแค่ไม่กี่บรรทัด ที่นี่คือฉบับที่ไม่ต้องตัด — พร้อมตัวอย่าง ขั้นตอน และที่มาของทุกอย่างที่พูดถึง
คนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดจากการแข่งความเร็วในสนาม AI คือคนแรกที่ออกมาขอให้ทุกคนช้าลง
ความเชื่อที่ว่าไม่มีใครตรวจสอบการใช้ AI ในทางอันตรายไม่จริงเสมอไป อย่างน้อยเคสนี้ Anthropic จับได้เอง
โปรเจคที่สั่ง AI ทำแล้วพังตอนโตขึ้น ไม่ได้พังเพราะเราไม่รู้ แต่เพราะเราไม่รู้ว่ามีเรื่องนั้นให้ต้องตัดสินใจ แล้วมันเลือกแทนไปเงียบ ๆ
ที่พักให้ AI ตอบแชตแทนได้เกือบทุกอย่าง ยกเว้นห้องว่าง ราคาสุดท้าย และการยืนยันการจอง เพราะสามเรื่องนี้ไม่ได้พังที่คำพูด แต่พังตอนแขกมาถึงหน้าประตู
คำตอบใต้รีวิวของที่พักไม่ได้เขียนให้คนที่บ่นอ่าน เพราะเขาไม่กลับมาอ่านแล้ว แต่เขียนให้คนที่กำลังเลื่อนเลือกที่พักอยู่ และการเปลี่ยนคนอ่านในหัวคือสิ่งเดียวที่เปลี่ยนคำตอบทั้งฉบับ
ห้องว่างวันธรรมดาแก้ด้วยการลดราคาไม่ได้ เพราะคนที่ไม่มีเหตุผลจะมาวันอังคารยังไม่ได้อยู่ในตลาดตั้งแต่แรก สิ่งที่ขาดคือเหตุผล ไม่ใช่ส่วนลด
ปุ่มห้ามเอาข้อมูลไปเทรนคุมได้ชั้นเดียว คือการเอาไปสอนโมเดลต่อ ไม่ได้คุมว่าข้อความถูกเก็บไหม และใครเปิดดูได้ แปลว่ากฎเรื่องข้อมูลที่ผูกกับสวิตช์ตัวหนึ่งจะพังทันทีที่มีคนลืมกด ต้องผูกกับตัวข้อมูลแทน
คนที่ทำคลิปขายของแล้วไปไม่รอด ไม่ได้แพ้เพราะเลือกเครื่องมือผิด แต่แพ้เพราะทุกคลิปถูกวางให้เริ่มจากศูนย์ สิ่งที่ต้องแก้คือถ่ายครั้งเดียวให้ได้ของพอทำหลายคลิป
คำตอบว่าโปรไหนคุ้มจาก AI เชื่อได้ก็ต่อเมื่อเราเป็นคนตั้งเกณฑ์ 3 ข้อก่อนถาม และให้มันแสดงวิธีคิดเลขให้ตรวจ ไม่ใช่ถามว่าอันไหนคุ้ม
กติกาบ้านที่ใช้ได้จริงเมื่อลูกใช้ AI ทำการบ้านไม่ใช่การห้าม แต่คือลูกต้องอธิบายคำตอบคืนให้เราฟังได้โดยไม่เปิดจอ
ถ่ายรูปของที่พังให้ AI ดูก่อนเรียกช่าง ไม่ใช่เพื่อซ่อมเอง แต่เพื่อรู้ว่าอาการนี้น่าจะเป็นอะไร ควรถามช่างว่าอะไร และราคาที่บอกมาสมเหตุสมผลไหม
ประโยชน์ของ AI กับผลตรวจเลือดไม่ใช่การบอกว่าเราเป็นอะไร แต่คือทำให้เราเดินเข้าห้องหมอพร้อมคำถาม 5 ข้อที่ถามแล้วได้คำตอบที่ใช้ได้
การให้ AI ช่วยการบ้านลูกที่ได้ผลคือห้ามมันเฉลย แล้วให้มันถามกลับทีละขั้น พอลูกตอบผิดสองรอบให้มันยกโจทย์ที่ง่ายกว่าหนึ่งขั้น ไม่ใช่เฉลยโจทย์เดิม
งานแรกที่ควรให้ AI ทำไม่ใช่งานที่น่าเบื่อที่สุด แต่คืองานที่เราตรวจถูกผิดเองได้ใน 10 นาที เพราะงานที่ตรวจไม่ได้จะทำให้เราไม่รู้เลยว่ามันใช้ได้หรือไม่
แคปชั่นที่ขายได้ไม่ได้มาจากคำสั่งว่าเขียนให้น่าซื้อ แต่มาจากคำที่ลูกค้าใช้ถามเราจริง ๆ ในแชต ซึ่งแปะให้ AI ได้ 10 ประโยคแล้วให้มันเขียน 5 แบบมาเทียบ
การส่งต่อวิธีทำงานให้ทีมเริ่มจากคนอยากลองสองคนกับงานที่ทุกคนเจ็บเหมือนกัน ไม่ใช่จากการอบรมทั้งแผนกพร้อมกัน
อย่าถามหารูปแบบหนังสือทางการที่ถูกต้อง ให้ป้อนรูปแบบที่หน่วยงานเราใช้อยู่จริงเข้าไปแทน แล้วผลจะตรงตั้งแต่รอบแรก
เวลาที่หายไปกับงานที่ทำเองค้างไว้ ส่วนใหญ่ไม่ได้หายไปกับของที่พัง แต่หายไปกับการเริ่มใหม่จากศูนย์เพราะไม่กล้าให้ใครดูของที่ทำค้าง
ชนิดกราฟถูกกำหนดโดยคำถามที่อยู่ในหัวคนดู ไม่ใช่โดยรูปร่างของข้อมูล และหัวกราฟที่ดีคือข้อสรุป ไม่ใช่ชื่อของข้อมูล
เวลาเตรียมนำเสนอควรถูกแบ่งไปให้คำถามที่เราคุมไม่ได้ ไม่ใช่ทุ่มทั้งหมดให้สไลด์ที่เราคุมได้อยู่แล้ว
ความผิดพลาดที่แพงที่สุดของงานที่ผิดไม่ได้ ไม่ใช่การที่ AI ตอบผิด แต่คือการถามให้มันตอบจากความจำ ทั้งที่ต้นฉบับอยู่ห่างไปแค่การก๊อปมาวาง
ของที่ทำให้ agent เขียนโค้ดน้อยลงได้จริงคือกฎ 120 บรรทัดที่เขียนเป็นข้อความ ไม่ใช่โปรแกรมที่ต้องติดตั้ง
AI เขียนข้อความยาก ๆ ให้ดีได้ต่อเมื่อเราบอกสิ่งที่กลัวจะเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่บอกสิ่งที่อยากได้
คำสั่งที่ได้ของใช้ได้เลยกับคำสั่งที่ได้คำตอบกลาง ๆ ต่างกันแค่สี่ส่วน และส่วนที่คนข้ามบ่อยที่สุดคือส่วนที่เปลี่ยนคำตอบมากที่สุด
เป็นลิงก์ affiliate — ถ้าคุณช้อปผ่านลิงก์นี้ dev ได้ค่าคอมเล็กน้อย โดยราคาคุณเท่าเดิม 🙏
ถ้านั่งเขียนโค้ดกับ AI วันละหลายชั่วโมง เก้าอี้คือของชิ้นที่คุ้มที่สุดที่จะลงทุน — ถูกกว่าค่าหมอตอนหลังพัง
หัวชาร์จ GaN ตัวเดียวจบทั้งโน้ตบุ๊กและมือถือ ตัวเล็กกว่าหัวเดิมที่แถมมาเยอะ — ถ้ายังไม่มี เริ่มจากตัวนี้ก่อนได้
เนื้อหาส่วนใหญ่เปิดฟรี — ถ้ามีประโยชน์กับคุณ สนับสนุนเล็ก ๆ ช่วยให้เว็บนี้สู้ต่อได้ ยอดที่ยืนยันแล้วจะถูกนับ ขึ้นรายชื่อผู้สนับสนุนได้ และมีสิทธิ์สุ่มคูปองเรียนฟรีทุกเดือน
สนับสนุนแบบมีชื่อตั้งแต่ ฿1 (นับยอด + เข้า pool สุ่ม)
ต้องล็อกอิน อัปสลิปยืนยัน — ยอดจะขึ้นในบัญชีของคุณ มีสิทธิ์เข้า pool สุ่มรางวัลเดือนนี้ และเลือกชื่อแสดงบนหน้ารายชื่อได้ (default โชว์ — ซ่อนได้ที่บัญชี) (ยังไม่ได้ล็อกอิน ระบบจะพาไปหน้าเข้าสู่ระบบก่อน)
โอนให้กำลังใจผ่านพร้อมเพย์
จำนวน 10 บาท