ทำไมการบรรยายถึงไม่พอ
เวลาเราเห็นงานที่ชอบ สิ่งที่เราจับได้คือความรู้สึก แต่สิ่งที่ทำให้งานนั้นออกมาแบบนั้นคือชุดของการตัดสินใจที่วัดได้ เช่นความยาวต่อท่อน จำนวนภาพต่อหนึ่งนาที ระยะกล้อง และลำดับการเปิดเรื่อง
พอเราบรรยายด้วยความรู้สึก เครื่องได้รับแค่คำคุณศัพท์ที่ตีความได้หลายทาง ผลคือมันเดา และเดาไปคนละทางกับที่เราคิดไว้ ทางแก้เลยไม่ใช่การบรรยายให้ยาวขึ้น แต่คือการเอาของจริงให้มันดู แล้วให้มันเป็นคนถอดชุดการตัดสินใจนั้นออกมาเอง
ขั้นที่ 1 เก็บตัวอย่างให้เป็นของที่เครื่องอ่านได้
เลือกงานต้นแบบสามถึงห้าชิ้นที่เราชอบที่สุด แล้วแปลงให้เป็นของสองอย่าง
อย่างแรกคือภาพ เก็บภาพนิ่งจากจุดต่าง ๆ ของงานนั้นหลายใบ แล้ววางรวมกันเป็นแผ่นเดียว การรวมเป็นแผ่นเดียวสำคัญ เพราะทำให้เครื่องเห็นความสม่ำเสมอของทั้งชุดพร้อมกัน ไม่ใช่เห็นทีละใบแล้วสรุปจากใบเดียว
อย่างที่สองคือข้อความ ถอดเสียงออกมาเป็นตัวหนังสือ เพราะจังหวะของงานเล่าเรื่องอยู่ในคำ ไม่ได้อยู่ในภาพ
ขั้นที่ 2 บังคับให้มันบอกสูตรก่อน ห้ามเสนอไอเดีย
นี่คือขั้นที่คนข้ามบ่อยที่สุด และเป็นขั้นที่สำคัญที่สุด สั่งตรง ๆ ว่าอย่าเพิ่งเสนอไอเดีย ให้บอกมาก่อนว่างานต้นแบบชุดนี้เดินด้วยสูตรอะไร
สิ่งที่ควรขอให้ตอบคือ เปิดเรื่องด้วยอะไร หนึ่งชิ้นยาวเท่าไร แบ่งเป็นกี่ช่วง แต่ละช่วงทำหน้าที่อะไร ใช้ภาพกี่ใบต่อหนึ่งนาที และปิดท้ายยังไง
ประโยชน์ที่ได้ทันทีคือเราจะรู้ว่ามันดูของจริงหรือเดาเอา ถ้าคำตอบเป็นคำกว้าง ๆ แบบใช้ภาพสวยและเล่าเรื่องน่าสนใจ แปลว่ายังไม่ได้ดู ให้ย้อนกลับไปขั้นที่หนึ่งแล้วเก็บตัวอย่างมาเพิ่ม
ขั้นที่ 3 ขอไอเดียพร้อมโครงที่นับได้
พอสูตรออกมาแล้วค่อยขอไอเดีย และขอพร้อมโครงในคราวเดียว คือหัวข้อ ความยาว จำนวนช่วง จำนวนภาพ และบทพูดคร่าว ๆ
การขอทั้งหมดในรอบเดียวไม่ได้ทำให้ได้ของแย่ลง แต่ทำให้เราเปรียบเทียบไอเดียหลายอันด้วยเกณฑ์เดียวกันได้ ซึ่งทำให้เลือกง่ายขึ้นมาก
ขั้นที่ 4 ล็อกหน้าตาด้วยของที่ชี้ได้
ตอนสั่งเรื่องหน้าตา ให้ใช้ของที่ชี้ได้แทนคำคุณศัพท์ เช่นภาพตัวอย่างที่เราอยากได้ หรือคำที่ตรวจได้ว่าทำตามหรือยัง อย่างมุมกล้อง จำนวนชิ้นในภาพ และการปิดท้ายว่ามีแค่นี้ ไม่มีอย่างอื่น
คำว่าให้ดูอบอุ่นขึ้นหรือให้ดูมีมิติขึ้น ไม่มีใครตรวจได้ว่าทำตามแล้วหรือยัง คำพวกนี้คือที่มาของการวนแก้หลายรอบโดยไม่ขยับไปไหน
ขั้นที่ 5 สั่งชิ้นเดียวก่อน แล้วค่อยปล่อยทั้งชุด
ก่อนสั่งผลิตทั้งชุด ให้สั่งชิ้นเดียวก่อนเสมอ แล้วถามตัวเองด้วยคำถามบรรทัดเดียวว่า ถ้าของชิ้นนี้ออกมาสวยทุกอย่างตามที่หวัง จะได้เอาไปใช้เลยไหม