AI Agent Academy
ใช้ Claude Code ทำงานออฟฟิศแทนคุณ
งานที่จบที่ไฟล์ ไม่ใช่จบที่ข้อความ สั่งทีเดียวแล้วมันเปิด แก้ แล้วเซฟให้เองทั้งโฟลเดอร์
ในกล่องพิมพ์: ตั้ง Destination เป็น Save as PDF · Paper size A4 · แล้วกด More settings เอาเครื่องหมายถูกออกจาก Headers and footers — ไม่งั้นเบราว์เซอร์จะเติม วันที่กับที่อยู่เว็บลงบนหัวและท้ายกระดาษทุกหน้า
AI Agent Academy
งานที่จบที่ไฟล์ ไม่ใช่จบที่ข้อความ สั่งทีเดียวแล้วมันเปิด แก้ แล้วเซฟให้เองทั้งโฟลเดอร์
เกี่ยวกับฉบับนี้
งานที่จบที่ไฟล์ ไม่ใช่จบที่ข้อความ สั่งทีเดียวแล้วมันเปิด แก้ แล้วเซฟให้เองทั้งโฟลเดอร์
ไฟล์นี้สร้างสดจากฉบับที่อยู่บนเว็บ ณ วันที่คุณกดบันทึก ถ้าอยากได้ฉบับใหม่กว่านี้ให้เปิดที่อยู่ด้านบนแล้วกดบันทึกใหม่อีกครั้ง ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
สารบัญ
ภาค 0
อ่านฟรีทั้งภาค จบภาคนี้คุณจะสั่งงานกับโฟลเดอร์ของตัวเองได้จริง และมีตาข่ายกันงานหายกางไว้แล้ว
4 บทในภาคนี้
ใช้ Claude Code ทำงานออฟฟิศแทนคุณ
บทที่ 1
โฟลเดอร์งานที่รกจนไม่มีใครกล้าเปิด แชตช่วยคิดให้ได้ แต่หยิบไฟล์ให้ไม่ได้ บทนี้พาลงเครื่องมือแล้วสั่งงานจนได้ไฟล์ใหม่โผล่มาในโฟลเดอร์จริงภายใน 20 นาที
จบบทนี้แล้วคุณจะได้
ไฟล์สารบัญ 1 ไฟล์ที่เครื่องมือเขียนขึ้นเองในโฟลเดอร์ซ้อมของคุณ และคุณเปิดดูในเครื่องแล้วเห็นว่ามันอยู่ตรงนั้นจริง
ใช้เวลาราว 11 นาที
ภาค 0 · ชั่วโมงแรก
เปิดโฟลเดอร์งานของคุณขึ้นมาดูสักโฟลเดอร์ โฟลเดอร์ที่ทีมใช้ร่วมกันมาสองสามปี ในนั้นมีไฟล์ชื่อ ฉบับล่าสุด อยู่สามไฟล์ มีไฟล์ที่ลงท้ายว่า แก้แล้ว กับ แก้แล้วจริง อยู่คนละที่ และไม่มีใครในทีมตอบได้ว่าอันไหนคืออันที่ใช้ส่งลูกค้า คนที่ใช้ AI เป็นแล้วจะแก้ปัญหานี้แบบเดียวกันหมด คือเปิดหน้าต่างแชต ก๊อปชื่อไฟล์ทั้งหมดไปวาง แล้วขอให้ช่วยจัดกลุ่มให้หน่อย สิ่งที่ได้กลับมาคือคำตอบที่อ่านแล้วเข้าท่ามาก จัดกลุ่มสวย เรียงลำดับดี แล้วคุณก็นั่งเปลี่ยนชื่อไฟล์เองทีละอันตามที่มันบอก หมดไปอีกหนึ่งชั่วโมง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คำตอบ คำตอบดีอยู่แล้ว ปัญหาอยู่ที่คำตอบนั้นค้างอยู่ในหน้าจอ ส่วนไฟล์ของคุณยังอยู่ที่เดิม ไม่มีอะไรขยับสักไฟล์ หน้าต่างแชตมองไม่เห็นเครื่องคุณ มันเห็นแค่สิ่งที่คุณก๊อปไปวางให้ดู และมันเขียนอะไรลงเครื่องคุณไม่ได้เลย บทนี้จะพาคุณข้ามเส้นนั้นภายใน 20 นาที ตั้งแต่เครื่องที่ยังไม่มีอะไร จนสั่งเป็นภาษาไทยหนึ่งประโยคแล้วมีไฟล์ใหม่โผล่ขึ้นมาในโฟลเดอร์จริง ๆ ไฟล์ที่คุณเปิดดูได้ ส่งต่อให้คนอื่นได้ ไม่ใช่ข้อความในหน้าจอ อีกอย่างที่ควรรู้ไว้ก่อน ทั้งเล่มนี้เรียกข้อความที่เราพิมพ์สั่ง AI ว่า คำสั่ง เฉย ๆ แต่ในวงการเขาเรียกว่า prompt ถ้าคุณไปเจอคำนี้ที่อื่นให้รู้ว่าหมายถึงสิ่งเดียวกัน และบทที่ 3 จะสอนว่าคำสั่งที่ดีประกอบด้วยอะไรบ้าง แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ลองพิมพ์แบบที่คนส่วนใหญ่พิมพ์กันก่อน เพื่อให้เห็นกับตาว่ามันติดตรงไหน
นี่คือชื่อไฟล์ในโฟลเดอร์งานของฉัน ช่วยจัดกลุ่มและตั้งชื่อใหม่ให้เป็นระเบียบหน่อย
ใบเสนอราคา_ล่าสุด.docx
ใบเสนอราคา_ล่าสุด_แก้แล้ว.docx
ใบเสนอราคา ฉบับส่งลูกค้า.docx
Scan_20240311.pdf
IMG_2847.jpg
สรุปประชุม.docx
สรุปประชุม(1).docxเปิดหน้าต่างแชตที่คุณใช้อยู่ ก๊อปอันนี้ไปวางจริง อย่าเพิ่งอ่านต่อ ให้เห็นคำตอบที่มันส่งกลับมาก่อน แล้วถามตัวเองว่าหลังจากอ่านคำตอบนั้นจบ ไฟล์ในเครื่องคุณเปลี่ยนไปกี่ไฟล์
โหลดจากเว็บของเขาแล้วติดตั้งตามปกติ เหมือนลงโปรแกรมทั่วไป ตัวนี้เป็นแค่หน้าต่างที่เอาไว้ใส่เครื่องมือของเรา คุณไม่ต้องเรียนใช้มันเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งเล่มนี้ใช้แค่สองส่วนของหน้าจอเท่านั้น
แถบด้านซ้ายมีไอคอนเรียงกันอยู่หลายอัน อันที่เป็นรูปกล่องต่อกันคือที่รวมส่วนเสริม กดเข้าไปแล้วพิมพ์ค้นในช่องบนสุด ตัวที่ถูกต้องคือตัวที่ผู้พัฒนาเป็น Anthropic กดปุ่มติดตั้งข้างชื่อมันได้เลย
พอติดตั้งเสร็จจะมีหน้าต่างใหม่โผล่มาที่ขอบขวาของจอ กดปุ่มเข้าสู่ระบบในหน้าต่างนั้น มันจะเปิดเบราว์เซอร์ให้ล็อกอิน ล็อกอินเสร็จแล้วกลับมาที่หน้าต่างเดิม จะเห็นช่องพิมพ์ข้อความรออยู่
ขั้นที่คนติดบ่อยที่สุดคือขั้นเข้าสู่ระบบ เพราะเครื่องมือตัวนี้ใช้ฟรีไม่ได้เหมือนหน้าต่างแชต ต้องมีบัญชีแบบเสียเงินหรือเติมเงินไว้ก่อน ไปดูเงื่อนไขปัจจุบันที่หน้าเว็บของเขา แล้วถ้ายังลังเลว่าคุ้มไหม ข้ามไปอ่านบทที่ 27 ก่อนได้ บทนั้นสอนวิธีคิดด้วยตัวเลขงานของคุณเอง
ชื่ออะไรก็ได้ที่คุณจำได้ ขอแค่เป็นโฟลเดอร์ใหม่ที่ยังไม่มีอะไรอยู่ข้างใน จะได้ไม่ปนกับของจริง
ก๊อปนะ ไม่ใช่ย้าย เลือกไฟล์ที่รกที่สุด ชื่อสับสนที่สุด เพราะนั่นคือของที่จะโชว์ประโยชน์ได้ชัดที่สุด และเลี่ยงไฟล์ที่มีเงินเดือน เลขบัตรประชาชน หรือสัญญาลูกค้าไว้ก่อน เรื่องนั้นมีบทที่ 22 รออยู่
ใช้เมนู File แล้วเลือกคำสั่งเปิดโฟลเดอร์ ชี้ไปที่โฟลเดอร์ซ้อม พอเปิดแล้วคุณจะเห็นรายชื่อไฟล์ทั้งหมดเรียงอยู่แถบซ้าย นั่นคือสิ่งที่คุณต้องมองตลอดเวลาที่สั่งงาน
ในกรอบช่องที่คุณจะพิมพ์คำสั่ง มุมซ้ายล่างมีป้ายเล็ก ๆ บอกว่าตอนนี้อยู่โหมดไหน โหมดเริ่มต้นคือโหมดที่ถามคุณก่อนทุกครั้งที่จะแก้ไฟล์ ปล่อยไว้แบบนั้นแหละ ถูกแล้ว บทที่ 23 จะอธิบายโหมดที่เหลือให้ครบ
คำสั่งแรกของคุณ ก๊อปไปวางในช่องพิมพ์ได้เลย
บริบท - โฟลเดอร์ที่เปิดอยู่นี้คือ [โฟลเดอร์นี้เก็บอะไร] - ฉันไม่ได้เขียนโค้ด ฉันทำงาน [งานที่คุณทำ] - คนที่จะอ่านสารบัญนี้คือ [ใครจะอ่าน] งานที่ต้องการ อ่านไฟล์ทุกไฟล์ในโฟลเดอร์นี้ แล้วเขียนสารบัญหนึ่งหน้าเก็บไว้เป็นไฟล์ใหม่ชื่อ สารบัญ.md รูปแบบผลลัพธ์ - ทำเป็นตาราง 4 ช่อง คือ ชื่อไฟล์ ไฟล์นี้คืออะไร แก้ครั้งล่าสุดเมื่อไร และซ้ำกับไฟล์ไหน - ช่องที่บอกว่าไฟล์นี้คืออะไร ให้เขียนเป็นภาษาคนไม่เกินหนึ่งบรรทัด จากเนื้อข้างในไฟล์จริง ไม่ใช่จากชื่อไฟล์ - ถ้าเจอไฟล์ที่เนื้อหาใกล้เคียงกัน ให้จับคู่ไว้ในช่องสุดท้าย และบอกว่าฉบับไหนใหม่กว่า - ปิดท้ายด้วยหัวข้อชื่อ สิ่งที่ฉันเห็นแล้วสะดุด ไม่เกิน 5 บรรทัด ข้อห้าม - ห้ามแก้ ห้ามลบ ห้ามเปลี่ยนชื่อไฟล์เดิมแม้แต่ไฟล์เดียว งานนี้เขียนไฟล์ใหม่อย่างเดียว - ไฟล์ไหนเปิดอ่านไม่ได้หรืออ่านแล้วไม่เข้าใจ ให้เขียนว่าอ่านไม่ออก ห้ามเดาว่ามันคืออะไร - ถ้าไม่แน่ใจว่าสองไฟล์ซ้ำกันจริงไหม ให้ถามฉันก่อน อย่าตัดสินเอง
ช่องที่ต้องเติมเอง
ผลที่ควรได้
สิ่งที่ต้องเกิดคือมันไล่เปิดไฟล์ให้ดูทีละไฟล์บนหน้าจอ แล้วขึ้นกล่องถามคุณว่าจะให้เขียนไฟล์ใหม่ไหม กดเลือกข้อที่แปลว่าตกลง แล้วรอสักครู่ พอเสร็จให้ไปดูที่แถบรายชื่อไฟล์ทางซ้าย จะมีไฟล์ชื่อ สารบัญ.md โผล่ขึ้นมาใหม่ นั่นคือหลักฐานว่าไฟล์ในเครื่องคุณเปลี่ยนจริง ถ้ามันตอบเป็นข้อความในหน้าจอเฉย ๆ โดยไม่มีไฟล์ใหม่โผล่ ให้พิมพ์กลับไปว่า ขอให้เขียนลงไฟล์ชื่อ สารบัญ.md ในโฟลเดอร์นี้ด้วย และถ้ามันเขียนว่าไฟล์ไหนคืออะไรโดยเดาจากชื่อไฟล์ล้วน ๆ ให้พิมพ์กลับไปว่า เปิดอ่านข้างในไฟล์ก่อนแล้วเขียนใหม่
ไปที่โฟลเดอร์ซ้อมบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ตามปกติ ไฟล์ สารบัญ.md ต้องอยู่ตรงนั้น ดับเบิลคลิกเปิดอ่านได้ นี่คือความต่างทั้งหมดของเล่มนี้ ในหนึ่งประโยค
เลือกสองไฟล์ที่มันสรุปไว้ เปิดของจริงมาอ่าน ถ้าตรงกันทั้งสองไฟล์ ค่อยเชื่อที่เหลือ ถ้าไม่ตรงแม้แต่ไฟล์เดียว ให้พิมพ์บอกมันว่าไฟล์ไหนผิดตรงไหน แล้วให้เขียนใหม่
ข้อห้ามข้อแรกบอกว่าห้ามแตะของเดิม ถ้าจำนวนไฟล์เปลี่ยนไปแปลว่ามันทำเกินคำสั่ง ให้กดถอยกลับตามที่บทที่ 4 สอน แล้วสั่งใหม่
คำสั่งเดียวกันนี้ใช้ได้กับทุกโฟลเดอร์ที่คุณอยากรู้ว่ามีอะไรอยู่ เปลี่ยนแค่สามบรรทัดบนสุด บทที่ 18 จะสอนวิธีเก็บให้เรียกใช้ได้ด้วยคำเดียว
20นาที
ตั้งแต่เครื่องที่ยังไม่มีอะไร จนมีไฟล์ที่เครื่องมือเขียนขึ้นเองอยู่ในโฟลเดอร์ของคุณ
ใช้ Claude Code ทำงานออฟฟิศแทนคุณ
บทที่ 2
พอใช้เป็นแล้วทุกคนอยากเปิดโฟลเดอร์งานทั้งอันให้มันดู บทนี้ให้รายการเช็ค 4 ข้อก่อนเอาของจริงเข้ามา วิธีเลือกขนาดโฟลเดอร์แรกให้พอดี และวิธีดูจากสีกรอบช่องพิมพ์ว่าตอนนี้มันจะถามก่อนแก้หรือลงมือเลย
จบบทนี้แล้วคุณจะได้
สำเนาโฟลเดอร์งานจริงของคุณที่มันอ่านได้ครบทุกไฟล์ และคุณบอกได้ทันทีว่าตอนนี้อยู่โหมดไหน โดยดูแค่สีของกรอบช่องพิมพ์
ใช้เวลาราว 10 นาที
ภาค 0 · ชั่วโมงแรก
บทที่แล้วคุณสั่งครั้งเดียวแล้วมีไฟล์สารบัญโผล่ขึ้นมาในโฟลเดอร์ซ้อม พอเห็นแบบนั้นแล้วสิ่งที่ทุกคนอยากทำต่อเหมือนกันหมด คือเปิดโฟลเดอร์งานจริงที่ค้างมาสามปี แล้วสั่งประโยคเดียวให้มันจัดให้เรียบร้อยทั้งโฟลเดอร์ โฟลเดอร์นั้นมีสัญญาที่ส่งลูกค้าไปแล้ว มีใบเสนอราคาที่รออนุมัติอยู่ มีไฟล์ที่หัวหน้าขอดูพรุ่งนี้เช้า ถ้ามันเขียนทับไฟล์ผิดตัวไปหนึ่งไฟล์ คุณไม่ได้เสียเวลาสิบนาที คุณเสียทั้งวัน อีกเรื่องที่ต้องเข้าใจให้ตรงตั้งแต่วันนี้ เครื่องมือตัวนี้ไม่ได้ถูกขังอยู่ในโฟลเดอร์ที่คุณเปิด ถ้ามันคิดว่าคำตอบอยู่ในโฟลเดอร์ข้าง ๆ มันเดินไปดูเองได้ การเปิดโฟลเดอร์ให้ถูกไม่ได้มีไว้เพื่อให้มันหาไฟล์เจอ มันเจออยู่แล้ว แต่มีไว้เพื่อให้คุณเห็นด้วยตาว่าตอนนี้มันกำลังยุ่งอยู่กับไฟล์ไหน ขอบเขตที่ได้ผลจริงต้องเขียนลงไปในคำสั่ง ไม่ใช่หวังว่าการเปิดโฟลเดอร์แคบ ๆ จะกันมันไว้ได้ บทนี้ให้ของสามอย่าง รายการเช็คสี่ข้อก่อนเอาของจริงเข้ามา คำสั่งแนะนำตัวที่ควรพิมพ์เป็นประโยคแรกกับทุกโฟลเดอร์ใหม่ และวิธีอ่านป้ายกับสีกรอบช่องพิมพ์ให้รู้ว่าตอนนี้มันจะถามก่อนแก้ หรือแก้ให้เลยโดยไม่ถาม ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ลองพิมพ์แบบที่คนส่วนใหญ่พิมพ์กันวันแรกก่อน แต่พิมพ์ใส่โฟลเดอร์ซ้อมของบทที่แล้วนะ ไม่ใช่ของจริง
โฟลเดอร์นี้รกมาก ช่วยจัดให้เป็นระเบียบหน่อย ไฟล์ไหนซ้ำกันลบทิ้งได้เลยเปิดโฟลเดอร์ซ้อมสิบไฟล์ของบทที่แล้วขึ้นมา แล้วก๊อปประโยคนี้ไปวางในช่องพิมพ์จริง ๆ ห้ามพิมพ์ใส่โฟลเดอร์งานจริงเด็ดขาด ดูว่ามันเริ่มลงมือจากตรงไหน แล้วดูว่ากล่องแรกที่เด้งขึ้นมาถามคุณ ถามเรื่องอะไร
ก๊อปโฟลเดอร์งานทั้งอันไปวางไว้อีกที่ ตั้งชื่อให้รู้ว่าเป็นสำเนาพร้อมวันที่ เช่น สำเนา-งานขาย-14กันยา ส่วนของจริงปิดไว้ อย่าเปิดในบทนี้ ต่อให้คุณมั่นใจแค่ไหนก็ตาม
เงินเดือน สลิป บัตรประชาชนที่สแกนไว้ สัญญาที่มีข้อห้ามเปิดเผย ย้ายออกจากสำเนาให้หมดก่อน เกณฑ์ตัดสินแบบละเอียดอยู่ในบทที่ 22 ตอนนี้ใช้เกณฑ์สั้น ๆ ไปก่อน ถ้าไฟล์นั้นหลุดออกไปข้างนอกแล้วคุณต้องโทรบอกหัวหน้า แปลว่ายังไม่ควรเอาเข้ามา
โฟลเดอร์แรกที่ควรเอาเข้ามาคือกองที่คุณตรวจงานมันไหวภายในครึ่งชั่วโมง สิบไฟล์น้อยไปจนไม่เห็นประโยชน์ สามร้อยไฟล์คุณตรวจไม่ทัน ห้าสิบไฟล์คือช่วงที่คนส่วนใหญ่พอดีมือ
ใช้เมนู File แล้วเลือกคำสั่งเปิดโฟลเดอร์ ชี้ไปที่สำเนา พอเปิดแล้วรายชื่อไฟล์จะเรียงอยู่แถบซ้าย แถบนั้นคือจอเฝ้าระวังของคุณ ไฟล์ไหนโผล่มาใหม่หรือหายไป คุณจะเห็นทันที
คำสั่งแนะนำตัว ประโยคแรกที่ควรพิมพ์กับทุกโฟลเดอร์ใหม่
บริบท - โฟลเดอร์ที่เปิดอยู่นี้เป็นสำเนา ของจริงเก็บไว้ที่อื่นแล้ว - ข้างในเก็บ [โฟลเดอร์นี้เก็บอะไร] - ฉันไม่ได้เขียนโค้ด ฉันทำงาน [งานที่ฉันทำ] งานที่ต้องการ อ่านไฟล์ทุกไฟล์ในโฟลเดอร์นี้ แล้วบอกฉันว่ามีอะไรอยู่บ้าง โดยเน้นเรื่อง [สิ่งที่ฉันอยากรู้จากโฟลเดอร์นี้] ยังไม่ต้องแก้อะไรทั้งนั้น รูปแบบผลลัพธ์ - ขึ้นต้นด้วยตัวเลขสามบรรทัด มีกี่ไฟล์ ไฟล์เก่าสุดกับใหม่สุดคือเมื่อไร และมีชนิดไฟล์อะไรบ้าง - ต่อด้วยการจัดกลุ่มไฟล์ตามเนื้อข้างในไฟล์ กลุ่มละไม่เกินสองบรรทัด พร้อมจำนวนไฟล์ในกลุ่ม - ปิดท้ายด้วยหัวข้อชื่อ ไฟล์ที่ฉันควรเปิดดูเองก่อน ไม่เกินห้าบรรทัด - ตอบในหน้าจอเท่านั้น รอบนี้ยังไม่ต้องเขียนไฟล์ใหม่ ข้อห้าม - ห้ามแก้ ห้ามลบ ห้ามเปลี่ยนชื่อ ห้ามย้ายไฟล์ใด ๆ ในรอบนี้ - ห้ามออกไปอ่านไฟล์นอกโฟลเดอร์นี้ ถ้าคิดว่าต้องดูของนอกโฟลเดอร์ ให้บอกฉันก่อนว่าจะไปดูอะไรและเพราะอะไร - ไฟล์ไหนเปิดไม่ได้หรืออ่านแล้วไม่เข้าใจ ให้เขียนว่าอ่านไม่ออก ถ้าไม่แน่ใจว่าไฟล์ไหนคืออะไร ให้ถามฉันก่อน อย่าเดา
ช่องที่ต้องเติมเอง
ผลที่ควรได้
สิ่งที่ต้องเกิดคือมันไล่เปิดอ่านไฟล์ให้ดูทีละไฟล์บนหน้าจอ โดยไม่มีกล่องขออนุญาตเด้งขึ้นมาเลยสักครั้ง เพราะรอบนี้มันแค่อ่าน ไม่ได้แก้อะไร แล้วจบด้วยสรุปที่บอกจำนวนไฟล์ตรงกับที่คุณเห็นในแถบซ้าย ถ้ามันเริ่มเสนอตัวจะจัดไฟล์ให้หรือเริ่มขยับไฟล์ ให้กด Esc หยุดทันที แล้วพิมพ์กลับไปว่า รอบนี้อ่านอย่างเดียว ห้ามแตะไฟล์ และถ้ามันพูดถึงไฟล์ที่คุณไม่เห็นในแถบซ้าย ให้พิมพ์ถามกลับว่า ไฟล์นั้นอยู่ที่ไหน เอามาจากโฟลเดอร์ไหน ก่อนจะเชื่อคำตอบที่เหลือ
ในกรอบที่คุณพิมพ์คำสั่ง มุมซ้ายล่างมีป้ายบอกโหมดอยู่ ค่าเริ่มต้นคือโหมดที่ถามคุณก่อนทุกครั้งที่จะแก้ไฟล์ นั่นคือโหมดที่ทั้งเล่มนี้ใช้เป็นหลัก ปล่อยไว้แบบนั้นถูกแล้ว
คลิกที่ช่องพิมพ์แล้วกด Shift Tab ป้ายจะเปลี่ยนไปทีละโหมด ทั้งหมดมีหกโหมด กดวนจนกลับมาที่โหมดถามก่อนแก้ ทำแค่นี้พอ เพื่อให้รู้ว่าปุ่มนี้มีอยู่ วันที่ต้องใช้จริงคือบทที่ 4 กับบทที่ 23
พอเปลี่ยนโหมด กรอบช่องพิมพ์เปลี่ยนสีตามไปด้วย โหมดวางแผน กรอบเป็นสีฟ้า ส่วนโหมดที่แก้ให้เลยโดยไม่ถาม กรอบเป็นสีส้ม ชื่อบนป้ายเปลี่ยนได้ทุกเดือน แต่สีไม่มีคำให้เปลี่ยน เห็นกรอบส้มเมื่อไร แปลว่ามันจะไม่ถามคุณแล้ว
เรื่องนี้เกิดบ่อยตอนมือไปโดนปุ่มเอง ถ้าคุณกำลังทำงานกับสำเนาที่เพิ่งเอาเข้ามา แล้วเห็นกรอบเป็นสีส้ม ให้หยุดพิมพ์ก่อน กด Shift Tab วนกลับไปโหมดถามก่อนแก้ แล้วค่อยสั่งงานต่อ
50ไฟล์
ขนาดที่พอดีสำหรับโฟลเดอร์งานจริงอันแรกที่คุณเอาเข้ามา มากกว่านี้คุณตรวจงานมันไม่ไหว น้อยกว่านี้คุณจะยังไม่เห็นว่ามันช่วยอะไรได้บ้าง
ใช้ Claude Code ทำงานออฟฟิศแทนคุณ
บทที่ 3
คำสั่งที่ใช้ได้จริงกับงานไฟล์มีโครงตายตัวอยู่สี่ส่วน บริบท งานที่ต้องการ รูปแบบผลลัพธ์ และข้อห้าม บทนี้ให้เทมเพลตเปล่าที่ก๊อปเก็บไว้ใช้ซ้ำได้ทั้งเล่ม พร้อมตัวอย่างที่เติมครบแล้วหนึ่งชุด
จบบทนี้แล้วคุณจะได้
เทมเพลตคำสั่งเปล่าของคุณเอง 1 อัน ที่เก็บไว้ในโน้ตแล้วหยิบมาเติมช่องว่างใช้ซ้ำได้กับทุกงานที่เหลือในเล่มนี้
ใช้เวลาราว 10 นาที
ภาค 0 · ชั่วโมงแรก
ลองนึกภาพเด็กฝึกงานคนใหม่ที่มาวันแรก เก่งมาก อ่านเร็วมาก พิมพ์เร็วมาก แต่ไม่รู้จักที่ทำงานคุณเลยสักนิด ไม่รู้ว่าลูกค้าชื่ออะไร ไม่รู้ว่ารายงานของที่นี่หน้าตาแบบไหน แล้วคุณเดินไปบอกเขาว่า ช่วยจัดไฟล์ให้หน่อย เขาจัดให้จริง จัดสวยด้วย แต่จัดตามที่เขาเคยเห็นมาจากที่อื่น ไม่ใช่แบบที่ทำงานคุณใช้ พอคุณบอกว่าไม่ใช่แบบนี้ เขาก็ทำใหม่ ผิดอีก ทำใหม่อีก หมดไปสามรอบ ทั้งที่ถ้าบอกครบตั้งแต่แรก รอบเดียวก็จบ ข้อความที่เราพิมพ์สั่ง AI มีชื่อเรียกของมันอยู่ ในวงการเขาเรียกว่า prompt ทั้งเล่มนี้จะเรียกว่าคำสั่งเฉย ๆ เพราะอ่านง่ายกว่า แต่ถ้าคุณไปเจอคำนั้นที่อื่นให้รู้ว่าหมายถึงสิ่งเดียวกัน สิ่งที่ต้องรู้คือคำสั่งที่ใช้ได้จริงกับงานไฟล์ มีโครงตายตัวอยู่สี่ส่วน สี่ส่วนนั้นคือ บริบท งานที่ต้องการ รูปแบบผลลัพธ์ และข้อห้าม สามส่วนแรกมีอยู่ในทุกที่ที่สอนเรื่องนี้ ส่วนที่สี่คือส่วนที่เล่มนี้ให้น้ำหนักมากที่สุด เพราะเครื่องมือตัวนี้แตะไฟล์จริงในเครื่องคุณได้ ข้อห้ามเลยไม่ใช่ของประดับ มันคือรั้ว ก่อนจะดูสูตร ลองพิมพ์แบบที่ไม่มีสูตรดูก่อน เพื่อให้เห็นด้วยตัวเองว่ามันเสียเวลาตรงไหน
ช่วยจัดไฟล์ในโฟลเดอร์นี้ให้หน่อยพิมพ์แค่บรรทัดเดียวนี้ใส่โฟลเดอร์ซ้อมของคุณจริง ๆ อย่าเพิ่งอ่านต่อ แล้วนับดูว่ากว่าจะได้ของที่เอาไปใช้ได้จริง คุณต้องพิมพ์ตามหลังไปอีกกี่รอบ และในกี่รอบนั้นมีรอบไหนบ้างที่คุณต้องบอกเรื่องที่ตัวเองรู้อยู่แล้วตั้งแต่แรก
เทมเพลตเปล่า ก๊อปเก็บไว้ในโน้ต แล้วเติมช่องว่างทุกครั้งที่จะสั่งงาน
บริบท - โฟลเดอร์ที่เปิดอยู่นี้เก็บ [โฟลเดอร์นี้เก็บอะไร] - ฉันไม่ได้เขียนโค้ด ฉันทำงาน [งานที่ฉันทำ] - คนที่จะเอาผลไปใช้ต่อคือ [ใครเอาผลไปใช้ต่อ] งานที่ต้องการ [บอกเป็นประโยคเดียวว่าให้ทำอะไร กับไฟล์ไหน] รูปแบบผลลัพธ์ - [หน้าตาของสิ่งที่อยากได้ เช่น ตารางกี่ช่อง ชื่อช่องว่าอะไร] - [ความยาวที่รับได้ และภาษาที่ต้องใช้] - ให้เขียนผลลงไฟล์ใหม่ชื่อ [ชื่อไฟล์ที่จะให้เขียน] ข้อห้าม - ห้ามแก้ ห้ามลบ ห้ามเปลี่ยนชื่อไฟล์เดิม งานนี้เขียนไฟล์ใหม่อย่างเดียว - [ข้อห้ามเฉพาะงานนี้] - ข้อไหนไม่มีที่มาจากไฟล์จริง ห้ามเขียน ถ้าไม่แน่ใจให้ถามฉันก่อน อย่าเดา
ช่องที่ต้องเติมเอง
ผลที่ควรได้
เทมเพลตนี้ยังใช้สั่งงานไม่ได้จนกว่าจะเติมครบทุกช่อง สิ่งที่ควรได้หลังเติมคือคำสั่งที่คนอื่นในทีมอ่านแล้วเข้าใจว่าคุณต้องการอะไร โดยไม่ต้องถามคุณเพิ่มสักคำ ลองวัดง่าย ๆ ด้วยการเอาไปให้เพื่อนร่วมงานอ่าน ถ้าเขาถามกลับว่าตกลงอยากได้อะไร แปลว่าส่วนงานที่ต้องการยังไม่ชัด ถ้าเขาถามว่าจะเอาไปทำอะไรต่อ แปลว่าส่วนบริบทยังขาด และถ้าพอสั่งจริงแล้วมันตอบค้างอยู่ในหน้าจอโดยไม่มีไฟล์ใหม่โผล่ ให้พิมพ์กลับไปว่า ขอให้เขียนลงไฟล์ตามชื่อที่บอกไว้ในคำสั่งด้วย
สามบรรทัดพอแล้ว โฟลเดอร์นี้เก็บอะไร คุณทำงานอะไร และใครเอาผลไปใช้ต่อ บรรทัดที่สามสำคัญกว่าที่คิด เพราะรายงานที่ส่งหัวหน้ากับรายงานที่ส่งลูกค้า หน้าตาไม่เหมือนกันเลยสักนิด
ประโยคเดียว กริยาเดียว เช่น อ่าน หรือ รวม หรือ เทียบ ถ้าเขียนออกมาแล้วมีคำว่า แล้วก็ อยู่ตรงกลางสองครั้ง แปลว่านั่นคือสามงาน ให้แยกสั่งทีละงาน คุณจะตรวจง่ายขึ้นมาก และจับจุดที่พลาดได้เร็วขึ้นด้วย
บอกหน้าตาให้ชัดถึงขั้นที่คุณวาดในหัวออก ตารางกี่ช่อง ชื่อช่องว่าอะไร ยาวเท่าไร และที่ขาดไม่ได้ในเล่มนี้คือบอกว่าให้เขียนลงไฟล์ชื่ออะไร ไม่งั้นมันจะตอบค้างอยู่ในหน้าจอเฉย ๆ แล้วคุณก็กลับไปเสียเวลาก๊อปไปวางเหมือนเดิม
หนึ่ง ห้ามแตะไฟล์เดิม ให้เขียนลงไฟล์ใหม่ สอง ข้อไหนไม่มีที่มาจากไฟล์จริงห้ามเขียน สาม ไม่แน่ใจให้ถามก่อน อย่าเดา สามข้อนี้ก๊อปติดไปได้ทุกคำสั่งโดยไม่ต้องคิดใหม่ ส่วนข้อที่สี่ค่อยเขียนเฉพาะงานนั้น
ตัวอย่างที่เติมครบแล้ว งานจริงหนึ่งชุด
บริบท - โฟลเดอร์ที่เปิดอยู่นี้เก็บสำเนาสัญญาผู้ขายของฝ่ายจัดซื้อ มีไฟล์เอกสารกับไฟล์สแกนปนกันราวสี่สิบไฟล์ - ฉันไม่ได้เขียนโค้ด ฉันเป็นธุรการฝ่ายจัดซื้อ ดูแลสัญญาผู้ขายและเอกสารประกวดราคา - คนที่จะเอาผลไปใช้ต่อคือหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อ ที่จะเอาเข้าที่ประชุมเช้าวันจันทร์ งานที่ต้องการ อ่านสัญญาทุกฉบับในโฟลเดอร์นี้ แล้วทำตารางวันหมดอายุของแต่ละฉบับ รูปแบบผลลัพธ์ - ตารางสี่ช่อง ชื่อคู่สัญญา วันเริ่ม วันหมดอายุ และชื่อไฟล์ต้นทาง - เรียงจากฉบับที่หมดอายุเร็วที่สุดขึ้นก่อน - ไม่เกินหนึ่งหน้า ภาษาไทยล้วน วันที่เขียนแบบ วัน เดือน ปี พ.ศ. - ให้เขียนผลลงไฟล์ใหม่ชื่อ ตารางวันหมดอายุสัญญา.md ข้อห้าม - ห้ามแก้ ห้ามลบ ห้ามเปลี่ยนชื่อไฟล์เดิม งานนี้เขียนไฟล์ใหม่อย่างเดียว - ห้ามเดาวันหมดอายุจากชื่อไฟล์ ต้องอ่านจากในตัวเอกสารเท่านั้น - ฉบับไหนสแกนมาแล้วอ่านไม่ชัด ให้เขียนว่าอ่านไม่ออกในช่องนั้น - ข้อไหนไม่มีที่มาจากไฟล์จริง ห้ามเขียน ถ้าไม่แน่ใจให้ถามฉันก่อน อย่าเดา
ผลที่ควรได้
สิ่งที่ต้องเกิดคือมันไล่เปิดสัญญาให้ดูทีละฉบับ แล้วขึ้นกล่องถามคุณตอนจะเขียนไฟล์ใหม่ พอตกลงแล้วจะมีไฟล์ ตารางวันหมดอายุสัญญา.md โผล่ขึ้นมาในแถบรายชื่อไฟล์ทางซ้าย เปิดอ่านแล้วต้องมีสี่ช่องครบตามที่สั่ง และมีอย่างน้อยหนึ่งบรรทัดที่เขียนว่าอ่านไม่ออก ถ้าทุกบรรทัดสวยเรียบร้อยไปหมดทั้งที่ในกองมีไฟล์สแกนอยู่ ให้สงสัยไว้ก่อนว่ามันเดา แล้วพิมพ์กลับไปว่า บอกฉันมาทีละฉบับว่าวันหมดอายุนั้นอ่านมาจากหน้าไหนของเอกสาร
4ส่วน
บริบท งานที่ต้องการ รูปแบบผลลัพธ์ ข้อห้าม ขาดส่วนไหนไป คำตอบที่ได้กลับมาจะบอกคุณเองทันทีว่าขาดส่วนนั้น
ใช้ Claude Code ทำงานออฟฟิศแทนคุณ
บทที่ 4
ความเร็วของเครื่องมือนี้คือดาบสองคม สั่งครั้งเดียวมันขยับได้สิบสองไฟล์ บทนี้วางตาข่ายสามชั้นให้ครบ สำเนา แผนที่เอามาให้ดูก่อนลงมือ และปุ่มย้อนที่ซ่อนอยู่จนหลายคนไม่เคยเห็น
จบบทนี้แล้วคุณจะได้
โฟลเดอร์ซ้อมที่มีจุดถอยกลับ และคุณกดถอยกลับมาแล้วจริง 1 ครั้ง จนรู้ด้วยตัวเองว่าถ้าพลาดขึ้นมาต้องทำยังไง
ใช้เวลาราว 10 นาที
ภาค 0 · ชั่วโมงแรก
เรื่องนี้เกิดกับเกือบทุกคนในสัปดาห์แรก คุณสั่งงานที่ฟังดูเล็กมาก ให้จัดหัวข้อในเอกสารให้เหมือนกันทั้งโฟลเดอร์ มันเริ่มทำ กล่องขึ้นมาถาม คุณกดตกลง กล่องขึ้นอีก กดตกลง กล่องขึ้นรอบที่ห้าคุณเริ่มรำคาญ เลยเลือกข้อที่แปลว่ายอมทั้งรอบ อีกสองนาทีต่อมามันบอกว่าเสร็จแล้ว แก้ไปสิบสองไฟล์ คุณเปิดดูไฟล์แรกก็รู้เลยว่าไม่ใช่แบบนี้ ปัญหาคือตอนนี้คุณตอบไม่ได้แล้วว่าอีกสิบเอ็ดไฟล์โดนแก้อะไรไปบ้าง เพราะกล่องที่เด้งมาบอกคุณไปหมดแล้ว ตอนที่คุณกดผ่าน ความเร็วไม่ใช่ผู้ร้าย ความเร็วคือเหตุผลที่เราใช้เครื่องมือนี้ตั้งแต่แรก สิ่งที่ขาดคือตาข่าย และตาข่ายที่ใช้ได้จริงมีสามชั้น ชั้นแรกคือสำเนา ชั้นที่สองคือให้มันเอาแผนมาวางให้ดูก่อนลงมือ ชั้นที่สามคือปุ่มย้อนที่ซ่อนอยู่จนคนส่วนใหญ่ไม่เคยเห็น สามชั้นนี้รวมกันใช้เวลาเพิ่มไม่ถึงสองนาทีต่องานหนึ่งชิ้น เทียบกับการนั่งไล่ซ่อมสิบสองไฟล์ทั้งบ่าย ถือว่าถูกมาก และพอทำจนติดเป็นนิสัยแล้ว คุณจะกล้าสั่งงานใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เพราะรู้ว่าถอยกลับได้ ก่อนวางตาข่าย ลองสั่งงานใหญ่แบบไม่มีตาข่ายดูก่อนหนึ่งครั้ง ในโฟลเดอร์ซ้อมเท่านั้น
อ่านทุกไฟล์ในโฟลเดอร์นี้ แล้วแก้ให้เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งหมด ไฟล์ไหนหัวข้อไม่ตรงกันจัดให้ตรงกันด้วยก๊อปไปวางในโฟลเดอร์ซ้อมสิบไฟล์ของคุณจริง ๆ ห้ามใช้กับของจริง แล้วนับดูว่ากล่องขออนุญาตเด้งขึ้นมากี่ครั้ง คุณอ่านทันกี่ครั้ง และถ้าคุณเผลอเลือกข้อที่แปลว่ายอมทั้งรอบ ให้สังเกตว่าหลังจากนั้นมันเงียบไปเลย ไม่ถามอีกจนจบงาน
ก๊อปโฟลเดอร์ทั้งอันไปวางไว้อีกที่ ตั้งชื่อพร้อมวันที่ ทำก่อนสั่งงานใหญ่ทุกครั้ง ไม่ใช่ทำครั้งเดียวตอนต้นสัปดาห์ อีกสองชั้นที่เหลือช่วยให้คุณเห็นและถอยได้ แต่ชั้นนี้คือชั้นเดียวที่ต่อให้ทุกอย่างพังพร้อมกัน ของก็ยังอยู่ครบ
แทนที่จะสั่งลงมือเลย ให้สั่งขอแผนก่อนด้วยคำสั่งในหัวข้อถัดไป อีกทางหนึ่งคือกด Shift Tab วนป้ายที่มุมซ้ายล่างของกรอบช่องพิมพ์ไปที่โหมดวางแผน ดูง่ายที่สุดที่กรอบช่องพิมพ์ พอกรอบเปลี่ยนเป็นสีฟ้า แปลว่าถึงโหมดนั้นแล้ว มันจะไปสำรวจแล้วเอาแผนกลับมาให้ดูก่อน แทนที่จะแก้เลย
เอาเมาส์ไปวางค้างบนกล่องข้อความที่คุณพิมพ์เอง ไม่ใช่กล่องที่มันตอบ จะมีไอคอนลูกศรวนโผล่ขึ้นมาที่มุมขวาบนของกล่องนั้น ไม่เอาเมาส์ไปวางก็ไม่เห็น คนส่วนใหญ่เลยใช้มาเป็นเดือนโดยไม่รู้ว่ามีปุ่มนี้อยู่
สั่งงานเล็ก ๆ ในโฟลเดอร์ซ้อมสักอย่าง ปล่อยให้มันทำจนเสร็จ แล้วเอาเมาส์ไปชี้ที่ข้อความที่คุณพิมพ์ กดไอคอนลูกศรวนนั้นดู แล้วดูด้วยตาตัวเองว่าสายสนทนาย้อนกลับไปถึงจุดไหน และในโฟลเดอร์เหลืออะไรอยู่บ้าง รู้คำตอบนี้วันนี้ ดีกว่าไปรู้ตอนของจริงพัง
คำสั่งขอแผนก่อนลงมือ ใช้กับงานใหญ่ทุกครั้ง
บริบท - โฟลเดอร์ที่เปิดอยู่นี้เป็นสำเนา ข้างในเก็บ [โฟลเดอร์นี้เก็บอะไร] - ฉันไม่ได้เขียนโค้ด ฉันทำงาน [งานที่ฉันทำ] - งานที่ฉันจะสั่งจริงในรอบถัดไปคือ [งานที่จะสั่งจริงรอบหน้า] งานที่ต้องการ อ่านโฟลเดอร์นี้ แล้วบอกฉันเป็นข้อ ๆ ว่าถ้าฉันสั่งงานนั้นจริง คุณจะแตะไฟล์ไหนบ้างและแตะยังไง ยังไม่ต้องลงมือ รูปแบบผลลัพธ์ - ข้อละหนึ่งไฟล์ เรียงจากไฟล์ที่เสี่ยงเสียหายมากที่สุดขึ้นก่อน - แต่ละข้อบอกสามอย่าง ชื่อไฟล์ จะทำอะไรกับไฟล์นั้น และถ้าทำแล้วผิดจะกู้กลับยังไง - ปิดท้ายด้วยรายการไฟล์ที่คุณจะไม่แตะเลย พร้อมเหตุผลบรรทัดเดียวต่อไฟล์ - ตอบในหน้าจอ รอบนี้ยังไม่ต้องเขียนไฟล์ใหม่ ข้อห้าม - ห้ามแก้ ห้ามลบ ห้ามเปลี่ยนชื่อไฟล์ใด ๆ ในรอบนี้ รอบนี้เอาแผนอย่างเดียว - ห้ามข้ามไฟล์ที่คุณไม่แน่ใจ ให้เขียนว่าไม่แน่ใจแล้วถามฉันก่อน อย่าเดา - ห้ามเสนอให้ลบไฟล์ ถ้าคิดว่าไฟล์ไหนควรทิ้ง ให้เสนอเป็นย้ายไปโฟลเดอร์พักแทน
ช่องที่ต้องเติมเอง
ผลที่ควรได้
สิ่งที่ต้องได้กลับมาคือรายการไฟล์เป็นข้อ ๆ ที่นับจำนวนได้ ไม่ใช่ย่อหน้าลอย ๆ ว่าจะช่วยจัดให้เรียบร้อย จำนวนไฟล์ที่มันบอกว่าจะแตะ ต้องตรงกับที่คุณคิดไว้ในหัว ถ้ามันบอกว่าจะแตะสิบสองไฟล์ทั้งที่คุณคิดว่างานนี้ควรแตะแค่สามไฟล์ แปลว่าคุณกับมันเข้าใจงานไม่ตรงกัน ให้พิมพ์กลับไปว่า ฉันต้องการให้แตะเฉพาะไฟล์ไหนบ้าง ช่วยเขียนแผนใหม่ตามนั้น และถ้ามันเริ่มลงมือแก้ทั้งที่คุณขอแค่แผน ให้กด Esc หยุดทันที แล้วสั่งใหม่โดยขึ้นต้นว่า รอบนี้เอาแผนอย่างเดียว ห้ามแตะไฟล์
หัวกล่องเขียนว่า Make this edit to ตามด้วยชื่อไฟล์ เหนือกล่องมีแถบเทียบให้ดูอยู่ในสายสนทนา แถบสีแดงคือบรรทัดเดิม แถบสีเขียวคือบรรทัดใหม่ ตัวเลือกมีสามข้อ ข้อแรกคือตกลงเฉพาะครั้งนี้ ข้อที่สองคือตกลงและยอมให้แก้ได้ทั้งรอบโดยไม่ต้องถามอีก ข้อที่สามคือไม่เอา มีช่องให้พิมพ์บอกว่าอยากให้ทำอย่างอื่นแทน และกด Esc ยกเลิกได้
หัวกล่องเขียนว่า Allow this bash command? แล้วโชว์คำสั่งจริงให้อ่านก่อน อ่านให้ออกว่าในบรรทัดนั้นมีชื่อไฟล์ของคุณอยู่ไหม ก่อนถึงกล่องนี้ มันถามกลับเป็นคำพูดก่อนด้วยซ้ำ ว่าไฟล์นี้ลบแล้วกู้คืนไม่ได้ ยืนยันไหม ถ้าคุณไม่ได้ตั้งใจให้มันลบอะไร แล้วกล่องแบบนี้โผล่มา ให้เลือกข้อที่แปลว่าไม่เอาไว้ก่อนเสมอ
พอสั่งขอแผน มันจะขึ้นหัวข้อว่า Claude's Plan แล้วมีกล่องหัวว่า Accept this plan? ตามมา ตัวเลือกข้อแรกแปลว่าตกลงและให้แก้เองได้เลย ตรงนี้คือจุดที่คนพลาดกันมากที่สุด เลือกข้อนี้แล้วมันสลับไปโหมดแก้เอง จะไม่ถามคุณรายไฟล์อีกเลยจนจบงาน ถ้าคุณยังอยากให้มันถามทีละไฟล์ ให้เลือกข้อที่สอง ส่วนข้อที่สามคือยังไม่เอา ให้คิดแผนต่อ
มันเปิดอ่านไฟล์ได้เรื่อย ๆ โดยไม่ต้องถามคุณสักครั้ง กล่องจะขึ้นก็ต่อเมื่อมันจะเปลี่ยนของในเครื่องคุณ นี่คือเหตุผลที่คำสั่งขอแผนถึงปลอดภัย เพราะทั้งรอบนั้นมันแค่อ่าน อีกอย่างคือถ้าจู่ ๆ มีกล่องเด้งขึ้นมา ทั้งที่คุณคิดว่าสั่งให้อ่านอย่างเดียว แปลว่ามีอะไรผิดแล้ว ให้หยุดอ่านกล่องนั้นให้จบก่อนตัดสินใจ
3ชั้น
สำเนา แผนที่เอามาให้ดูก่อนลงมือ และปุ่มย้อนที่ต้องเอาเมาส์ไปชี้ถึงจะเห็น รวมกันใช้เวลาเพิ่มไม่ถึงสองนาทีต่องานหนึ่งชิ้น
ฉบับตัวอย่าง
ไฟล์นี้คือ 4 บทแรกจากทั้งหมด 27 บท — ส่วนที่เหลืออ่านได้เมื่อเป็น เจ้าของเล่ม จ่ายครั้งเดียว 690 บาท อัพเดตทุกรอบหลังจากนี้ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม
https://www.easy-ai.online/ebooks/claude-code-office